SmallWorld

I Love My Life

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ

 

เนื้อวัวสับ   (หรือหมูสับ ไก่สับ)

มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก

หอมใหญ่หั่น

กระเทียมสับ

ซีอิ๊วขาว

ซีอิ๊วดำ

น้ำตาลทราย

เกลือ

เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่หรือเส้นหมี่

แป้งข้าวโพด

น้ำเปล่าหรือน้ำซุป

 

ตั้งเตา

  1. คลุกเส้นก๋วยเตี๋ยวกับซีอิ๊วดำ แล้วผัดไฟแรงจนหอม ออกเกรียมเล็กน้อย ตักออกใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอมฉีกเป็นชิ้นๆ
  2. ใส่น้ำมันเล็กน้อยในกะทะ ผัดกระเทียมจนเหลืองหอม
  3. ใส่เนื้อสับลงผัด ยีให้ทั่วๆ อย่าให้เป็นก้อน
  4. เนื้อสุก ใส่หอมใหญ่กับมะเขือเทศลงผัด
  5. ใส่น้ำเปล่าหรือน้ำซุปพอท่วมเครื่องที่ผัด  ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย
  6. ใส่แป้งข้าวโพดที่ละลายน้ำแล้วลงในเครื่องที่ผัด คนเร็วๆ อย่าให้เป็นก้อน ให้ข้นประมาณราดหน้า
  7. ตักราดบนเส้นที่ผัดไว้  เสิร์ฟพร้อมน้ำส้มพริกตำ

ปล. โรยหน้าด้วยผักชีหรือคึ่นช่าย พริกไทยป่น

 

Advertisements

มูสลี่ย์บาร์

ทำใส่โหลเก็บไว้กินกับกาแฟตอนเช้า แก้เบื่อมูสลี่ย์ใส่นม

เตรียมเครื่อง
มูสลี่ย์สำเร็จรูป
ถั่วต่างๆ ทุบพอเป็นชิ้นเล็กๆ
น้ำตาลทราย
เนยสดจืด
น้ำผึ้ง

ตั้งเตา
1. ใส่น้ำตาลทรายในหม้อเล็ก รวมกับเนยและน้ำผึ้ง ตั้งไฟพอน้ำตาลละลายเหนียวข้น
2. ผสมมูสลีย์กับถั่วทุบแล้วในชามอ่าง เทน้ำตาลเคี่ยวลงคลุกให้ทั่ว
3. อัดส่วนผสมทั้งหมดลงในแม่พิมพ์อย่าให้หนามาก
4. เข้าเตาอบ พอให้หน้าเป็นสีเหลือง
5. รอให้เย็น ตัดเป็นชิ้นๆ เก็บใส่ขวดโหลที่มีฝาปิดสนิท


ปล.1 ไม่มีเตาอบใช้ไมโครเวฟได้ แต่หน้าจะไม่เหลือง
ปล.2 เลือกถั่วได้ตามชอบ จะใช้ถั่วแบบเดียวหรือถั่วผสมก็ได้

Panna Cotta เต้าฮวยนมสดอิตาเลี่ยนสไตล์

แพนนาคอตต้า มาจากภาษาอิตาเลี่ยน หมายถึงครีมต้ม สูตรต้นตำรับจริงๆ คือการต้มครีมกับสารที่ทำให้ข้น (เช่นก้างปลา) ปัจจุบันมีเจลาตินทั้งแผ่นและผงให้เลือก สะดวกกว่ากันมาก

ไปกินตามร้านแสนแพง ต้มกินเองที่บ้านก็ได้ง่ายจัง

เตรียมเครื่อง
วิปครีม
นมสด
เจลาตินแผ่น
น้ำตาลทราย
กลิ่นวานิลา

ตั้งเตา
1. แช่เจลาตินแผ่นในน้ำเย็นให้พองนุ่ม (ประมาณ 5 นาที) สัดส่วนคือเจลาติน 2 แผ่นต่อนมและครีม 1 ถ้วย
2. ผสมครีมกับนมสดลงในหม้อ ตั้งไฟกลาง ใส่น้ำตาลทราย คนจนน้ำตาลละลาย
3. ครีมเริ่มเดือด ใส่เจลาตินแผ่น ลดไฟลงเป็นไฟอ่อน คนให้เจลาตินละลาย
4. ปิดไฟ ใส่กลิ่นวานิลา ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
5. เทใส่พิมพ์ แช่เย็นอย่างน้อย 3 ชม. อย่าแช่ให้เป็นน้ำแข็งเพราะเนื้อจะยุบ หยาบ
เตรียมกิน
1. แช่พิมพ์ลงในน้ำอุ่นประมาณ 30 วินาที คว่ำพิมพ์ลงกับจาน เคาะเบาๆ ให้ขนมหล่นลงบนจาน เสิร์ฟพร้อมซอสผลไม้ ผลไม้สด แยม น้ำเชื่อม หรือกินเปล่าๆ ก็ได้
2. ถ้าใช้พิมพ์เป็นแก้วใส จัดเสิร์ฟทั้งถ้วยได้เลย


ปล1. เจลาติน 1 ซอง มี 12 แผ่น ตามสูตรข้างซองจะใช้กับน้ำ (หรือนม หรือน้ำผลไม้ ฯลฯ) 1 ลิตร หรือ 4 ถ้วย จะได้เนื้อเจลลี่เด้งดึ๋งๆ แต่แพนนาคอตต้าเนื้อจะต้องนุ่มกว่าเจลลี่ปกติเล็กน้อย สัดส่วนจึงเป็นเจลาติน 12 แผ่น ต่อของเหลว 6 ถ้วย ถ้าทำน้อยก็ลดไปตามสัดส่วน
ปล. 2 สัดส่วนระหว่างนมกับครีมสามารถลดเพิ่มได้ตามชอบ ตามสูตรจริงๆ คือใช้ครีมอย่างเดียว แต่รสชาติค่อนข้างหนักสำหรับคนไทย จึงปรับมาใส่นมเข้าไปแทน อัตราส่วนนมและครีมอาจใช้ประมาณ 1:1 ถ้าชอบหอมมันมากก็ลดนมเพิ่มครีม ถ้ากลัวอ้วนอาจใช้นมอย่างเดียวก็ได้
ปล.3 กลิ่นวานิลาอาจเปลี่ยนเป็นกลิ่นอื่น หรือสารแต่งกลิ่นชนิดอื่น เช่น ผงชาเขียวละลายน้ำ อบเชย หรือผสมเนื้อผลไม้บดลงไปต้มพร้อมครีม
ปล.4 เอาซอสผลไม้มาทำเป็นเจลลี่ไว้ที่ก้นพิมพ์หรือราดข้างบนอีกชั้นหนึ่ง แทนการราดด้วยซอสตามปกติก็กินง่ายดี สวยด้วย
ปล.5 เจลาตินไม่เหมือนวุ้น อย่าเอาออกมาตั้งทิ้งไว้นอกตู้เย็น เพราะมันจะละลายกลายเป็นน้ำไปซะหมด!

ข้าวห่อสาหร่าย

เมื่อก่อนถ้าพูดถึงข้าวห่อสาหร่ายหรือข้าวปั้นก็ต้องหมายถึงซูชิแบบญี่ปุ่น แต่หลังจากคลื่นเกาหลีกวาดระเนระนาดไปทั้งเอเชีย คิมบับหรือข้าวห่อสาหร่ายแบบเกาหลีก็มาแรงเหมือนกัน หน้าตาคล้ายๆ แต่รสชาติต่างกันมากโข
ข้าวซูชิคลุกน้ำส้มสายชูปรุงรสออกเปรี้ยวเค็มหวานนิดๆ ข้าวคิมบับคลุกน้ำมันงารสออกจืดหอมน้ำมันงา
ไส้ซูชิเป็นอะไรก็ได้ในโลกนี้ เน้นของสด ไส้คิมบับเป็นของสุกเท่านั้น ไส้กรอก แฮม เนื้อสัตว์ต้องย่างหรือผัดมาแล้ว ไม่ใส่ปลาดิบ

เตรียมเครื่อง
ข้าวญี่ปุ่น
น้ำส้มสายชูหมัก
น้ำตาลทราย
เกลือ
แตงกวาญี่ปุ่นปอกเปลืกหั่นเส้นยาว
แครอทปอกเปลือกหั่นเส้นยาว
ไชเท้าดองหั่นเส้นยาว
ปลาดิบ ไส้กรอก แฮม ปูอัด ไข่หวาน หรืออย่างอื่นตามชอบ หั่นเป็นชิ้นยาว
มายองเนส
แผ่นสาหร่ายสำหรับห่อ
ตั้งเตา
1. ใส่น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู เกลือ น้ำเปล่านิดหน่อย ในหม้อใบเล็ก ตั้งไฟเคี่ยวจนเดือด พักไว้ให้เย็น
2. ตักข้าวที่หุงเสร็จยังร้อนๆ ใส่ชามหรือกะละมังใหญ่ๆ ใส่น้ำส้มปรุงรสที่เตรียมไว้ คนตะล่อมด้วยไม้พายให้ทั่วข้าว พักไว้สักครู่
3. ปูแผ่นสาหร่ายบนมู่ลี่สำหรับซูชิ ให้ด้านที่เป็นเงาอยู่ด้านบน ตักข้าวปรุงรสลงเกลี่ยให้ทั่วแผ่น เว้นด้านบนและด้านล่างไว้ข้างละประมาณ 1 นิ้ว
4. เรียงผัก ไส้กรอก ปูอัด หรืออื่นๆ ลงวางตามชอบ บีบมายองเนสลงไปตามแนวยาว
5. เริ่มม้วนสาหร่ายจากด้านล่างขึ้นไป ค่อยๆ บีบให้ได้รูปทรงที่ต้องการ
6. นำออกจากมู่ลี่ ตัดเป็นชิ้นพอคำ เรียงใส่จานเสิร์ฟพร้อมวาซาบิและโชยุ


ปล. ถ้าไม่มีข้าวญี่ปุ่น ใช้ข้าวหอมมะลิ 2 ส่วน + ข้าวเหนียว 1 ส่วน แทนได้
ปล.2 น้ำส้มสายชูหมัก (ข้าว, แอปเปิ้ล) จะให้กลิ่นหอมกว่าน้ำส้มสายชูกลั่น

ลางสาดลอยแก้ว

ติดอันดับผลไม้ที่คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน ไม่เคยเห็นใครชอบกิน แต่ชอบซื้อเป็นของฝากกัน
ได้มาแล้วก็ต้องทำกินกันไป

เตรียมเครื่อง
ลางสาดหรือลองกอง
น้ำตาลทราย
น้ำมะนาว
เกลือ
น้ำแข็งทุบ

ตั้งเตา
1. ปอกเปลือกลางสาดหรือลองกอง แกะเนื้อเป็นกลีบๆ แช่ในน้ำผสมน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้ดำ
2. ต้มน้ำตาลทรายกับน้ำเปล่าให้เป็นน้ำเชื่อมข้นๆ ยกลง ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว เกลือ ให้ออกหวาน เปรี้ยว เค็มเล็กน้อย ทิ้งไว้ให้เย็นสนิท
3. ใส่เนื้อลางสาดที่แกะไว้ลงในโถหรืออ่างแก้วใบใหญ่ เทน้ำเชื่อมใส่ให้ท่วม แช่ตู้เย็นไม่น้อยกว่า 3 ชม.
4. ตักลางลาดพร้อมน้ำเชื่อมใส่ถ้วยเสิร์ฟ พร้อมน้ำแข็งทุบ


ปล. ถ้ามีน้ำมะนาวผสมสำหรับทำน้ำมะนาวโซดาติดตู้เย็นอยู่ ก็เอามาใช้แทนน้ำเชื่อมได้เลย

Omelet Ham+Cheese

เป็นอาหารทำง่ายที่ยากมากสำหรับเรา หาวิธีอยู่นานกว่าจะม้วนได้สวยแบบที่เห็นตามโรงแรม (บุฟเฟต์อาหารเช้าในโรงแรมเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีให้กินแล้วด้วย) มาประสบความสำเร็จเพราะรายการทำอาหารของญี่ปุ่นรายการหนึ่งที่รีเพลย์ดูซะหลายสิบรอบ

เตรียมเครื่อง
ไข่ไก่
แฮมหั่นเล็ก
ชีส (ใช้เชดดา มอสซาเรลลา หรือพาเมซานก็ได้)
เกลือ พริกไทย
เนย

เตรียมกิน
1. ตอกไข่ใส่ถ้วย (ถ้าจะม้วนให้สวยและข้างในนุ่มต้องใช้สัก 3 ฟอง) ตีให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ใส่แฮม
2. ตั้งกระทะ ใส่เนยนิดหน่อย เอียงให้เนยเคลือบกระทะทั่วๆ แล้วเทส่วนเกินออก
3. เทไข่ใส่กระทะ คนด้วยช้อนไปรอบๆ เขย่ากะทะไปด้วยเพื่อให้ไข่สุกทั่วกัน
4. โรยชีสให้ทั่ว
5. เอียงกระทะออกจากตัว ใช้ช้อนหรือตะหลิวม้วนไข่จากริมกระทะด้านในไปจนเกือบสุด เขย่ากระทะให้ได้รูปทรงพอดี
6. ตักใส่จาน จะให้ดีควรใช้วิธีคว่ำกะทะลงบนจาน เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้ง ไส้กรอกทอด แฮมทอด เบคอน ถั่วอบ (Baked Bean) ฯลฯ หรือกินเปล่าๆ กับซอสมะเขือเทศ


ปล1 ใช้กระทะเคลือบกันติด (ex. เทฟล่อน) จะสะดวกมาก
ปล2 ออมเล็ตใช้เวลาทอดน้อยกว่าไข่เจียวมาก ของที่จะใส่จึงควรเป็นของสุกแล้ว หรือหั่นให้ชิ้นเล็กมากๆ

สนุกคลุก

เคยเห็นในละครเกาหลีเค้าคลุกข้าวกินกันในบ้านเป็นกะละมังๆ อารมณ์ประมาณมีอะไรๆ ก็ใส่ลงไป ดูแล้วน้ำลายไหลต้องเข้าครัวคลุกกินเองบ้าง

ข้าวคลุกแบบไทยๆ ทำง่ายกว่าเกาหลีเยอะ แถมยังชิลๆ เครื่องปรุงสามอย่างพลิกแพลงนิดหน่อยก็ทำกินได้เป็นเดือนๆ ไม่มีเบื่อ

เตรียมเครื่อง
ข้าวสวย
ปลาทูแกะเอาแต่เนื้อ
หอมแดงซอย
พริกขี้หนูซอย
มะนาว น้ำตาล น้ำปลา

เตรียมกิน
1. เทข้าวใส่ชามใหญ่ๆ เอาปลาทูลงคลุกให้ทั่ว (ควรใช้มือ)
2. ใส่หอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย เคล้าให้เข้ากัน
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว น้ำตาลทรายนิดเดียวพอตัดรส

ปล1 เปลี่ยนจากปลาทูเป็นอย่างอื่นได้มากมาย เช่น ปลาเค็ม ไข่ต้ม เต้าหู้ยี้ หนำเลี้ยบ ปลากระป๋อง(เอาซอสด้วย) เนื้อเค็มทอดฉีกเป็นเส้น ทูน่าในน้ำเกลือ กะปิ ฯลฯ
ปล2 ถ้ามีผลไม้เปรี้ยว มะม่วง มะดัน ตะลิงปลิง ระกำ แอปเปิ้ลเขียว ฯลฯ เอามาซอยละเอียดๆ ใส่แทนมะนาวได้
ปล3 เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์เป็นน้ำพริกต่างๆ ก็ได้เช่นกัน แล้วลดเครื่องปรุงรสอื่นๆ ลง แบบนี้ต้องกินกับไข่ต้ม

บาร์บีคิวหมู

เตรียมเครื่องทำซอส


ซอสพริก
ซอสมะเขือเทศ
ซอสเปรี้ยว (Worcestershire Sauce)
น้ำตาลทราย
เกลือ
เนยจืด
กระเทียมสับ
ไวน์แดง
เครื่องบนไม้
สันคอหรือสะโพกหมู
หอมใหญ่
มะเขือเทศ
พริกหวานหรือพริกชี้ฟ้า
สับปะรด
ตั้งเตา
1. ตั้งกะทะใส่เนยจืด ใส่กระเทียมสับลงผัดพอหอม ใส่ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ซอสเปรี้ยว ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ เคี่ยวจนข้น ใส่ไวน์แดงคนให้เข้ากัน ยกลงปล่อยให้เย็น
2. หั่นหมูเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดสัก 1 นิ้ว คลุกด้วยซอสที่ทำไว้ หมักไว้อย่างน้อย 1 ชม.
3. หั่นหอมใหญ่ พริกหวาน สับปะรดเป็นชิ้นใหญ่ๆ เตรียมไว้
4. เสียบเนื้อกับผักลงในไม้ที่จะใช้ย่าง ราดด้วยน้ำซอสพอชุ่ม
5. ย่างไฟกลางจนเนื้อและผักสุก เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมซอสที่เหลือ

ปล.1 ถ้าใช้เนื้อวัว หั่นสับปะรดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ไปตอนหมักเนื้อประมาณ 1 ชต/เนื้อ 1 กก. เนื้อจะนุ่มขึ้น
ปล.2 ระหว่างย่างให้ทาน้ำซอสลงไปเรื่อยๆ เนื้อจะชุ่มไม่กระด้าง
ปล.3 เสืยบสับปะรดให้อยู่ติดกับชิ้นเนื้อ เนื้อจะได้นุ่ม
ปล. 4 กินสามคน เนื้อสัตว์ครึ่งกิโล

Pesto Sauce

เป็นซอสที่เครื่องเคราไม่มาก เน้นใช้ของคุณภาพดีที่สุดเพื่อให้เครื่องปรุงแต่ละอย่างแสดงรสชาติและกลิ่นได้เต็มที่
เตรียมเครื่อ
ใบโหระพาสด
เมล็ดสน
กระเทียม
เกลือ
พริกไทยดำ
พาเมซานชีสขูด
น้ำมันมะกอก

เตรียมกิน
1. เด็ดโหระพาเอาแต่ใบและยอด ล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งลมให้น้ำแห้ง
2. ตำพริกไทยดำ เกลือ กระเทียม เข้าด้วยกัน ตามด้วยโหระพา เม็ดสน ตำเข้าด้วยกันจนละเอียด
3. ใส่ชีส เติมน้ำมันมะกอก คนด้วยช้อนให้เข้ากันเป็นครีมข้นๆ ชิมรส
4. คลุกกับเส้นพาสต้าที่เตรียมไว้ ถ้าซอสข้นเกินไป เวลาคลุกให้เติมน้ำต้มเส้นประมาณ 1 ช้อน


ปล.1 ใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์แทนเม็ดสนได้ บางสูตรใช้แอลมอนด์ วอลนัต แต่ก็คงให้กลิ่นที่ต่างกัน
ปล.2 น้ำที่ใช้เติมซอสเวลาคลุกเส้น ตามสูตรเดิมให้ใช้น้ำต้มเส้นพาสต้า แต่เคยลองใช้น้ำซุปไก่ ซุปเนื้อ หรือซุปกุ้ง ก็ออกมาอร่อยดี
ปล.3 เติมครีมสด/วิปครีมลงไปเวลาคลุกเส้น ก็จะได้ซอสสีเขียวครีม มีรสมันหอมเพิ่มขึ้น อร่อยไปอีกแบบ
ปล.4 ใส่ขวดแก้วปากกว้าง ปิดฝาให้แน่น ใส่ตู้เย็นได้ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ส่วนบนของซอสจะมีสีคล้ำลงไม่เขียวสดน่ากินเหมือนเวลาทำใหม่ๆ
ปล.5 เข้ากันดีกับอาหารทะเล กุ้ง ปลา และเนื้อสัตว์รสอ่อน เช่น เนื้ออกไก่

พาสต้ามีทซอส

ยอดนิยมตลอดกาลของเด็กๆ ทุกชาติภาษา
เตรียมเครื่อง
เนื้อบด
หอมใหญ่สับ
แครอทหั่นเต๋าเล็ก
มะเขือเทศหั่นเต๋าเล็ก
มะเขือเทศบด
พริกหวานหั่นเต๋าเล็ก
กระเทียมสับ
น้ำซุป
ออริกาโน่ป่น
เกลือ
พริกไทย
น้ำตาลทราย
น้ำมันมะกอก

ตั้งเตา
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก พอร้อนใส่กระเทียมลงผัดพอหอม
2. ใส่หอมใหญ่ลงผัดให้ใส ใส่น้ำตาลทรายไปหยิบมือ
3. ใส่เนื้อบดลงผัด พอเริ่มสุก ใส่แครอท มะเขือเทศหั่น พริกหวาน ผัดพอสุก
4. เติมน้ำซุปลงพอท่วม ใส่เนื้อมะเขือเทศบด เกลือ พริกไทย เคี่ยวไฟอ่อนจนเนื้อนุ่ม น้ำขลุกขลิก ผักเปื่อย
5. ใส่ออริกาโน่ป่น คนให้เข้ากัน ตักราดบนพาสต้า โรยพาเมซานขูด แต่งหน้าด้วยช่อพาสลีย์หรือดิล


ปล.1 เปลี่ยนจากเนื้อบดเป็นเนื้อปั้นก้อนได้
ปล.2 ใช้หมูบดหรือไก่บดแทนเนื้อวัวได้ เนื้อสัตว์อื่นๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน

Post Navigation